5 เทคนิคเรียนภาษาญี่ปุ่น สำหรับมือใหม่อยากเริ่มเรียนภาษา

5 เทคนิคเรียนภาษาญี่ปุ่น สำหรับมือใหม่อยากเริ่มเรียนภาษา สำหรับคนที่กำลังเริ่มหัดเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี  เรามีวิธีดีๆมาแชร์ให้กับทุกคนวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ที่เริ่มเรียนสามารถเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้เร็วขึ้นและช่วยให้จดจำคำศัพท์ได้มากขึ้น แถมยังทำได้ง่ายๆอีกด้วยค่ะ 5 เทคนิคเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับมือใหม่  เทคนิคในการเรียนที่เราจะมาแชร์กันในวันนี้จะเป็นวิธีที่ฝึกได้เรื่อยๆเป็นการเพิ่มความรู้ในทุกทักษะตั้งแต่ ฟัง พูดอ่าน เขียน  ส่วนจะลำดับการฝึกอย่างไรก็แล้วแต่สะดวก  แต่ถ้าหากให้แนะนำก็ควรเริ่มจากการฟังก่อนแล้วค่อยฝึก พูด อ่าน เขียน ตามลำดับ  เพราะตามหลักวิธีการเรียนรู้ภาษาของคน  ก็เริ่มจากแม่พูดให้เราฟังก่อนเราก็เริ่มหัดพูดตามพอพูดได้ถึงจะเริ่มเรียนวิธีการเขียนการอ่าน  และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษาคือต้องหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ       1 ฟังเพลง / ดูหนังภาษาญี่ปุ่น การดูหนังหรือฟังเพลงภาษาญี่ปุ่น  จะช่วยให้หูของเราคุ้นชินกับภาษาที่สามที่เราไม่รู้จักได้มากขึ้น เ ราก็จะค่อยๆ ชึมชับคำศัพท์ต่างๆที่อยู่ในเพลงหรือหนังไปโดยไม่รู้ตัว  ทำให้เราสามารถจำคำศัพท์และประโยคที่คนนิยมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น  นอกจากนี้อาจจะดูเป็นการ์ตูนก็ได้หรือใครที่พอมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้วและอยากฝึกทักษะการฟัง  ช่องข่าวภาษาญี่ปุ่นก็จะมีหมวดข่าวที่เข้าใจได้ง่ายให้เราเปิดฟังหรือจะดูโฆษณาญี่ปุ่นเอาก็ได้ค่ะ 2. ทำความรู้จักกับตัวอักษร หลังจากที่เรามีคลังคำศัพท์ในเบื้องต้นจากการฟังแล้ว  ก็ลองมาเรียนรู้ทักษะการอ่านด้วยการรู้จักตัวอักษรก่อนเป็นอันดับแรก  โดยตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นจะมีทั้งหมดู 3 ชุดด้วยกันคือตัวฮิรางานะ, คาตาคานะและคันจิ  แต่ในเบื้องต้นตัวอักษรที่ควรจำได้คือ ตัวฮิรางานะ และคาตาคานะ  เมื่อพอเราจำตัวอักษรทั้งสองชุดนี้ได้  ก็จะเริ่มอ่านคำศัพท์แต่ละคำออก  เราก็จะมีกำลังใจในการเรียนรู้ต่อไป 3. จดจำเป็นรูปภาพ ภาษาญี่ปุ่นนั้นมีตัวอักษรหลายแบบและแต่ละแบบก็มีจำนวนตัวอักษรที่ต้องจำค่อนข้างมาก  สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เราจดจำชุดตัวอักษรพวกนี้ได้ง่ายขึ้นคือการจำเป็นรูปภาพ ให้เราลองจินตนาการตัวอักษรญี่ปุ่นให้เป็นภาพที่เจ้าจดจำได้ก็จะทำให้เราสามารถเข้าใจและจดจำได้มากขึ้น […]

Continue Reading

7 เคล็ดลับ ที่ช่วยให้อายุยืนขึ้น

7 เคล็ดลับ ที่ช่วยให้อายุยืนขึ้น เราทุกคนต่างปรารถนาที่จะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและสิ่งที่ช่วยยกระดับความสุขในชีวิตของเราก็มีด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว เทคโนโลยี  อาหารดีๆ ความสนุก ตื่นเต้น ที่เราได้พบเจอบนโลกใบนี้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เราอยากจะมีชีวิตที่ยืนยาว มีสุขภาพที่ดีและมีความสุข ซึ่งคุณสามารถมีความสุขกับสิ่งที่คุณต้องการและมีชีวิตที่ยืนยาวได้หากคุณแค่มีนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้ง 7 อย่างนี้ ก็จะช่วยยืดอายุให้คุณได้ค้นหาความสุขในชีวิตกันต่อไปได้อีกนาน 1. คิดบวก จากการพยายามค้นหาความลับในการมีอายุยืนมาเป็นเวลานานกว่า 2 ทศวรรษ พบว่าบุคลิกภาพและไลฟ์สไตล์ที่ทำให้คนเราสุขภาพดี และมีอายุยืน ก็คือการมีความคิดดี หรือคิดในแง่บวก การคิดบวกช่วยความเครียดได้อีกวิธีหนึ่งด้วย คนที่ไม่เครียดย่อมมีความสุขกับชีวิต และสุขภาพจิตก็จะดีตามมา 2. อยากรู้อยากเห็น Laura L. Carstensen ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า ความอยากรู้อยากเห็นช่วยให้เราอายุยืนขึ้น ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นนั้น ก็รวมไปถึงการสอบถามปัญหาหรือเรื่องราวต่างๆ จากผู้คน การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา 3. รับประทานอาหารจากธรรมชาติ อาหารจากธรรมชาติในที่นี้ หมายถึงผัก ผลไม้ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแดง และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เน้นการรับประทานผัก ถั่ว น้ำมันมะกอก เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น 4. คุยกับเพื่อน นักวิจัยบอกอีกว่า […]

Continue Reading

กินเจ จะไม่จำเจด้วยผัก 5 สี

กินเจ จะไม่จำเจด้วยผัก 5 สี เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ ไปจนกระทั่งขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 นับเป็นเทศกาลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีนหรือผู้ที่อยากละเว้นการกินเนื้อสัตว์เพื่อสร้างกุศล เทศกาลกินเจหรือเทศกาลถือศีลกินผัก คือการละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ทุกชนิดและรักษาศีล ปฏิบัติธรรม ที่จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและก่อให้เกิดความสงบสุขแก่ทุกชีวิตบนโลก ซึี่งเทศกาลกินเจเราจะเน้นการกินผักและผลไม้เป็นพิเศษ เราจึงขอนำเสนอแนวทางการกินผักผลไม้ที่จะทำให้ผู้กินเจได้รับใยอาหารและวิตามินครบถ้วนจากการกินผักทั้ง 5 สี คุณค่าของผักผลไม้ 5 สี ผักและผลไม้อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ มีแร่ธาตุและวิตามินมากมาย แถมยังจัดว่าเป็นอาหารที่มีไฟโตนิวเทรียนท์สูงหมายถึง สารอาหารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ต้องได้รับจากพืชเท่านั้น ซึ่งจะมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยชะลอความเสื่อม  และช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคต่างๆ ผักผลไม้ 5 สีมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลย 1. สีเขียวให้สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ขจัดฮอร์โมน ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็งทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ยับยั้งการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้การกินผักใบเขียวเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีด้วย ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว เช่น ผักปวยเล้ง ผักบุ้ง ผักคะน้า  ผักโขม  ผักกาดหอม ตำลึง แตงกวา  ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว […]

Continue Reading

จัดการไรฝุ่นให้ราบจากห้องนอน

จัดการไรฝุ่นให้ราบจากห้องนอน ปกติคนเราใช้ชีวิตหนึ่งในสามของในแต่ละวันในการนอน ด้วยเหตุนี้ห้องนอนจึงเป็นสถานที่ที่ควรได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม เพราะหากละเลยแล้วละก็ อาจนำโรคภูมิแพ้มาสู่เราได้ในที่สุด ดังนั้นเราจึงอยากเสนอเคล็ดลับดีๆให้คุณดูแลปฏิบัติกับห้องนอนของคุณ เพื่อการพักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม และห่างไกลจากโรคภูมิแพ้มาฝากกันค่ะ เริ่มแรกนั้น การจัดวางเตียงนอนที่ถูกต้อง ต้องไม่อยู่ใกล้ห้องน้ำเด็ดขาด เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งสะสมความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้มากขึ้น การเลือกเตียงที่ใช้ในห้องนอน หากเป็นไปได้ควรใช้เตียงขาลอย เพราะเวลาทำความสะอาดจะได้ทั่วถึง เพราะใต้เตียงเป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดีเลยทีเดียว เบาะที่นอนไม่ว่าจะทำจากใยสังเคราะห์ ฟองน้ำ ใยมะพร้าว ยางพารา แม้จะอ้างสรรพคุณว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้แล้วนั้น เมื่อใช้ไปนานๆก็จะมีไรฝุ่นมาสะสมทั้งนั้น ดังนั้นควรหุ้มผ้าป้องกันไรฝุ่นเสมอ ควรใช้ชุดเครื่องนอนที่ป้องกันไรฝุ่น หลีกเลี่ยงการใช้หมอนยางพาราหรือฟองน้ำ เพราะใช้ไปนานๆจะมีความชื้น เป็นเชื้อราได้ง่าย ไม่ควรตากผ้าในต้องนอน เพราะจะทำให้ห้องนอนอับชื้น โดยเฉพาะในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก จะยิ่งส่งผลให้เสื้อผ้าเกิดเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบ หลีกเลี่ยงการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในห้องนอน เพราะขนของสัตว์เลี้ยงมักจะติดอยู่ตามผ้าขนหนู เตียงนอน หากเราหายใจเอาขนสัตว์เหล่านี้เข้าไป จะนำไปสู่โรคภูมิแพ้ได้ ห้องนอนนั้นควรใช้เป็นห้องพักผ่อนนอนหลับโดยแท้จริง จึงไม่ควรเก็บของใช้ ของสะสมสารพันไว้ในห้อง เพราะหากไม่มีการดูแลทำความสะอาดอย่างละเอียดต่อเนื่องนั้น จะกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของฝุ่นอย่างดีเลยทีเดียว สำหรับคนที่มีโรคภูมิแพ้เป็นโรคประจำตัวแล้วละก็ สิ่งที่ต้องห้ามอย่างเด็ดขาดคือ การปูพรมในห้องนอน เพราะนอกจากจะทำความสะอาดยากแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมฝุ่น และความชื้นอีกด้วย หมั่นเปิดหน้าต่างรับแสงแดดให้สาดส่องเข้ามากำจัดเชื้อโรคภายในห้อง และรับลมเพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทและระบายความชื้นบ้าง นอกจากจะต้องเปิดม่านรับแสงแล้ว ควรหมั่นทำความสะอาดม่านเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่น และควรเลือกใช้วัสดุผ้าม่านที่ลดการสะสมของฝุ่นอีกด้วย […]

Continue Reading

ตำนานตุ๊กตาไล่ฝน

ตำนานตุ๊กตาไล่ฝน ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนก็จะขอพูดถึงเรื่องราวของเครื่องรางที่เกี่ยวกับฤดูฝนของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็คือ ตุ๊กตาไล่ฝน หรือ Teru teru bouzu ซึ่งเป็นเครื่องรางเพื่อขอให้มีอากาศดีทั้งวัน ไม่มีฝนตกลงมา โดยหลายบ้านจะแขวนไว้ในฤดูฝนตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ตุ๊กตาไล่ฝน หรือ เทะรุเทะรุโบซุ ซึ่งคำว่า เทะรุ ในภาษาญี่ปุ่นจะแปลว่า แดดออก และโบซุ แปลว่า พระ ซึ่งจะเปรียบเสมือนเป็นตุ๊กตานักบวชที่ทำขึ้นสำหรับขอพร โดยชาวญี่ปุ่นได้รับธรรมเนียมนี้มาจากประเทศจีนเมื่อประมาณสมัยเฮฮัง (ค.ศ. 794 – ค.ศ. 1185) ซึ่งที่ประเทศจีนจะมีตุ๊กตาขอพรที่เป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงถือไม้กวาดอยู่เรียกว่า ตุ๊กตาเซ่าฉิงเหนียง ซึ่งแปลว่า หญิงสาวผู้ขจัดเมฆฝน โดยชาวจีนเชื่อกันว่าไม้กวาดสามารถขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปได้ โดยมีบันทึกจากหนังสือในสมัยโบราณได้บันทึกข้อความตอนหนึ่งเกี่ยวกับตุ๊กตาเซ่าฉิงเหนียงว่า ฝนตกมานานจนเกินไปแล้ว บางตำนานเล่ากันว่าพระสงฆ์ในนิกายเซนเป็นผู้แนะนำให้ชาวบ้านสร้างมันขึ้นเพื่อขอพรให้วันพรุ่งนี้มีท้องฟ้าที่สดใส พวกเขาจะได้มีกำลังใจออกไปทำไร่ทำนาได้อย่างสะดวกสบาย ความเชื่อเช่นนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำตุ๊กตาไล่ฝนที่มีศีรษะล้าน อันเป็นสัญลักษณ์แทนพระสงฆ์ที่มาช่วยขจัดปัดเป่าเมฆฝนให้หายไปนั่นเอง ลักษณะของตุ๊กตาไล่ฝนจะเป็นตุ๊กตาผ้าสีขาว หัวกลมและมีการเขียนหน้าตา ในบางโอกาสชาวนาจะแขวนตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัวสำหรับเพื่อขอฝน ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีการแขวนตุ๊กตาไล่ฝนโดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ซึ่งเด็กๆชาวญี่ปุ่นจะตื่นเต้นกับการไปทัศนศึกษา วันงานกีฬาสี พวกเขาจึงมักจะแขวนตุ๊กตาไล่ฝนไว้ที่นอกหน้าต่างหรือนอกประตูบ้าน เพื่อขอให้วันรุ่งขึ้นอากาศแจ่มใสไม่มีฝนตก เพราะพวกเด็กๆไม่อยากพลาดวันพิเศษเหล่านั้น เมื่อคำอธิษฐานเป็นจริงก็จะต้องแขวนกระดิ่งหรือเทสาเกให้กับตุ๊กตาไล่ฝนเพื่อเป็นการขอบคุณ และถ้าวันไหนอยากให้ฝนตกลงมาก็ให้แขวนตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัว รับรองฝนจะตกลงมาทั้งวันแน่นอน บางวัดหรือศาลเจ้าบางแห่งที่ต้องทำพิธีในวันสำคัญก็จะนิยมแขวนตุ๊กตาไล่ฝนไว้ด้วย เพื่อเป็นสิริมงคลขอให้สามารถทำพิธีได้อย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคอะไร และการพกตุ๊กตาไล่ฝนไว้กับตัวเองจะเป็นเหมือนการพกเครื่องรางประจำตัว บางคนเชื่อว่าจะนำสิ่งดีๆและความสดใสมาให้กับตัวเองด้วย ส่วนบ้านเรารู้จักตุ๊กตาไล่ฝนจากการ์ตูนซึ่งเป็นการ์ตูนเรื่องดังในอดีตเรื่อง […]

Continue Reading