สวมกำไล-สร้อยข้อมือ ข้างขวา-ข้างซ้าย ในวันไหนดี ถึงปัง

หลายคนมักชอบใส่สร้อยข้อมือ และกำไล เป็นเครื่องประดับประจำกาย แต่ไม่ได้ระมัดระวังเรื่องความเหมาะสมของโอกาส และวิธีการสวมเครื่องประดับ คุณรู้หรือไม่ว่าการสวมกำไล–สร้อยข้อมือ หากสวมผิด ไม่เพียงแต่จะทำให้สูญเสียพลังงานของมันไปโดยเปล่าประโยชน์ บางคนอาจถึงขั้นทำให้การใส่เครื่องประดับกำไล-สร้อยข้อมือเปรียบเสมือนกุญแจมือที่ผูกมัดตนเองอีกด้วย วันนี้เราจึงมาชี้นำว่าควรใส่กำไล–สร้อยข้อมือ ข้างไหน ในวันใดดีค่ะเพื่อที่คุณจะได้หลีกเลี่ยงดวงในแต่ละวันที่อาจไม่ดีให้ผ่อนเบาลงได้ แต่หากวันนั้นๆ เป็นวันดวงดีแล้วละก็การใส่อย่างถูกวิธี อาจทำให้ดวงสุดปังเลยก็ได้นะคะ         สวมกำไล–สร้อยที่ข้อมือ(ข้างซ้าย)         การสวมใส่ไว้ที่มือข้างซ้าย เหมาะกับวันที่คุณต้องการไปสถานที่เหล่านี้ เพื่อนำความโชคดีมาให้ตนเอง นั่นได้แก่วัน ที่คุณจะไปร่วมงานที่หวังให้ประสบผลสำเร็จตามที่เป้าหมายที่วางไว้ เช่น การสัมภาษณ์งาน การประชุมสัมมนา วันไปทำการเจรจาติดต่อลูกค้า สนามสอบ สถานที่จับฉลากรางวัล วันที่มีการแข่งขันกีฬา  รวมถึงวันที่คุณต้องไปสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเงินทอง เช่น ธนาคาร ร้านขายเครื่องประดับ ตลาดหลักทรัพย์  อีกทั้งหากคุณต้องไปร่วมงานพิธีมงคล เช่น งานบุญ งานวัด พิธีแจกรางวัล งานแต่งงาน งานรับปริญญา งานเปิดตัวธุรกิจใหม่ และหากเป็นวันที่ต้องไปทำความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ การเข้าเยี่ยมคารวะผู้อาวุโส ครูบาอาจารย์ ผู้บังคับบัญชา และแขกระดับวีไอพี วันเหล่านี้หากคุณลองหันมาใส่เครื่องประดับด้านซ้ายดู ทุกอย่างจะดี และ ราบรื่นขึ้นนะคะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดวงประจำวันด้วย อย่างที่กล่าว ร้ายมากเบาลง ร้ายเป็นดี ดีเป็นเฮงๆปังๆ เลยค่ะ         สวมกำไล–สร้อยข้อมือ(ข้างขวา)                     การสวมใส่กำไล-สร้อยข้อมือ ไว้ที่มือข้างขวา เหมาะกับการไปสถานที่เหล่านี้ที่สุด เพราะจะช่วยปัดเป่าให้คุณพ้นจากเคราะห์ภัยได้ สถานที่เหล่านั้น คือ  เช่น ไปเคารพหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ ป่าช้า หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต เช่น ศาล โรงพยาบาล โรงฆ่าสัตว์  หรือ ไปในสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม และ อีกที่ คือ วันที่ไปพบปะเยี่ยมเยียนผู้เต็มไปด้วยพลังด้านลบ เช่น ผู้ต้องหา หรือ นักโทษนั่นเองค่ะ อย่าลืมสวมกำไล–สร้อยข้อมือด้านขวาในวันดังกล่าวนะคะเพราะสิ่งนี้จะช่วยป้องกันพลังด้านลบที่มีในสถานที่เหล่านั้นไม่ให้ติดตามคุณมาด้วยนะคะอุ้ย! พูดแล้วขนลุก       มีคำกล่าวกันมาว่า หากไม่จำเป็น ไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับกำไล–สร้อยข้อมือทั้งสองข้างพร้อมกันเพราะการสวมใส่ในลักษณะดังกล่าวจะนำความโชคร้ายมาให้ตนเองเพราะการสวมใส่สิ่งของไว้ที่ข้อมือทั้งสองข้างพร้อมกันเปรียบดั่งการสวมกุญแจมือนั่นเอง บางคนกล่าวว่า การสวมข้อมือ2 ข้าง พร้อมกันเยอะๆนั้น เปรียบดั่งนำตนเข้าไปข้องแวะกับสายมู นั่นเอง   Please follow and like us:

Continue Reading

ใส่แว่นดำให้เท่ห์ เก๋รับรูปหน้า

หน้าร้อนกันแล้ว สิ่งที่ต้องพกติดตัวกันก็คงไม่พ้น “แว่นกันแดด” เพราะแสงอันเจิดจ้าแยงตาในหน้าร้อนของประเทศไทยนั้น แรงเหลือหลาย เลยต้องหยิบจับมาใส่ปกป้องดวงตาจากรังสี UV และอีกทั้งแว่นกันแดดทุกวันนี้ยังถือเป็น เฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ใครหลายๆคน คุณเชื่อไหมว่ามีเรื่องเล่าต้นกำเนิดของแว่นกันแดดนั้นว่า คิดค้นด้วยชาวจีน จัดทำมาให้ผู้พิพากษาใส่ปิดบังแววตา เพื่อให้ผู้พิพากษาดูเป็นธรรมในการตัดสิน ใส่เพื่อโดยไม่ให้เห็นอารมณ์ที่จะแสดงออกมาผ่านทางสายตานั้นเอง แต่แล้วทุกวันนี้แว่นสายตานำมาใช้เพื่อเป็นแฟชั่นเสียเป็นส่วนใหญ่แล้วค่ะ หรืออาจมีบางคนใส่เพื่อบดบังความรู้สึกที่จะแสดงออกทางแววตาก็เป็นได้ เอาเป็นว่าไม่ว่าจะใส่เพื่อการใดนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำทริคดีๆมาให้คุณเลือกทรงแว่นให้เหมาะสมกับทรงหน้าของคุณ เพื่อให้การใส่แว่นดำของคุณนั้นดูชิค ดูเท่ห์ ใส่แล้วดูดี ไม่ดูดับกันนะคะ ก่อนอื่นเลย เช็คทรงหน้าคุณก่อนเลยค่ะ เชื่อว่าหลายคนคนรู้รูปทรงหน้าตนเองเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นเราจะแบ่งออกตามรูปทรงหน้ากันเลยนะคะ เริ่มที่   หน้ากลม คนที่มีใบหน้าทรงกลมควรเลือกแว่นที่มีสะพานแว่นเล็กๆ บางๆ และเลือกกรอบแว่นที่มีมุมเฉียงขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้ไม่ดูหน้ากลมจนเกินไป จากรูปทรงที่เฉียงขึ้น จะทำให้มุมมองที่มีต่อทรงกลม ดูเรียวยาวขึ้น หลีกเลี่ยงแว่นทรงกลมเพราะถือเป็นเหมือนทรงต้องห้ามสำหรับสาวหน้ากลม เพราะทรงนี้จะทำให้อะไรๆ บนใบหน้าดูกลมไปหมด หน้าก็จะยิ่งกลมมากกว่าเดิม ไม่ควรเลือกเลนส์แว่นเล็กเกินไป เพราะจะทำให้หน้ายิ่งบาน ควรเลือกทรงกว้างๆ เพื่อปกปิดพื้นที่ใบหน้าให้มากที่สุด ช่วยพรางหน้าให้ดูเล็กลง แต่ก็ไม่ควรใหญ่เกินไปนะคะ   หน้าเหลี่ยม เป็นรูปหน้าที่มีลักษณะที่ชัดอยู่แล้ว กรามชัดมีเหลี่ยมมีมุมที่ชัดเจน ดังนั้นคุณควรจะเลือกแว่นที่มีกรอบเลนส์บาง แว่นที่เหมาะกับคนที่มีรูปหน้าเหลี่ยมคือแว่นทรงกลม ทรงหยดน้ำ เพื่อลดความชัดของรูปหน้า ทำให้ไม่ดูแข็งจนเกินไป […]

Continue Reading